สโกด้า ได้มีการส่งรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าออกโชว์ตัวที่เมืองจีน

ทางด้านโกด้าจะมีการส่งสัญญาณลูกตลาดรถพลังงานไฟฟ้ากับการนำเสนอรถต้นแบบรุ่นใหม่เป็นการเผยโฉมหน้าเป็นทางการที่งานเซี่ยงไฮ้ออโต้โชว์ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ค่ะ และทางด้านผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของโกด้ามีการเผยชมรถต้นแบบรุ่นใหม่ซึ่งได้ระบุว่ารถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันนี้ได้อยู่ในขั้นตอนสรุปดีไซน์สุดท้าย

พร้อมกับจัดแสดงที่งานดังกล่าวในเมืองจีนอย่างแน่นอนเลยค่ะ กับรูปร่างหน้าตาที่เห็นในภาพนั้นเป็นรถต้นแบบที่มีเส้นสายที่เฉียบคมและจะเน้นที่ความโมเดิร์นและแฝงไปด้วยเอกลักษณ์ของสโกด้าไว้อย่างครบคัน กลับแพงกระจังหน้ากล่องไฟและการชนตัวรถที่พร้อมจะขึ้นสายการผลิตได้ทันแต่ว่าอาจจะมีการปรับปรุงเล็กน้อยที่จะจับมือเปิดประตูดูเหมือนว่าจะเป็นสไตล์รถต้นแบบด้วย

สำหรับค่ายรถจากสาธารณรัฐเช็กที่ไม่ได้มีการฝึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถแต่ได้มีการรายงานว่าได้ใช้แพลตฟอร์มเอ็มอีดีของ Volkswagen กรุ๊ปเป็นพื้นฐานสำคัญของรถพลังงานไฟฟ้าอีกหลายรุ่นในปีข้างหน้า และตัวรถได้พร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกับภาพลักษณ์ที่เราร้อนก่อนหน้านี้สโกด้าได้มีการเปิดตัวรถแบบ Mission เอส กับพลังปลั๊กอินให้บิดแต่ว่าไม่ใช่เสียงตอบรับที่ดีเท่าที่ควรนอกจากดีไซน์ที่ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่

รถเก๋งดันยอดขายเดือนกุมภาพันธ์เกือบ 20%

ทางด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ซึ่งเป็นรองประธานและเป็นโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้มีการเปิดเผยว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายอดขายของรถยนต์ภายในประเทศจำนวน 68,435 คันได้เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 19.9% และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมอยู่ที่ 19.5% ที่ส่งผลให้ยอดขายในประเทศสองเดือนแรกนั้นอยู่ที่ 125,689 คัน

จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกันของปี 2559 อยู่ที่ 15.4% ค่ะ สำหรับรถยนต์ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 59.8% เพราะว่าค่ารถยนต์ด้านการขยายประตูรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ ของเดือนมกราคมทำให้ส่วนในเรื่องการกระตุ้นตลาดรถกระบะและรถบรรทุกและมียอดขายเพิ่มขึ้นเพราะว่าเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นฟื้นตัวรถจักรยานยนต์เดือนกุมภาพันธ์นั้นมียอดขายอยู่ที่ 150,515 คันเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.3%

แล้วจะเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2.2% และจะส่งผลให้สอนเรื่องแรกมียอดขายอยู่ที่ 297,749 คันที่จับเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.9% ที่จะบ่งชี้ว่า ที่จะบ่งชี้จากผู้ซื้อที่มีรายได้น้อยเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นด้วย และยอดขายการผลิตรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ทั้งสิ้น 154,496 คันจะลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว 7.16% ซึ่งเนื่องมาจากการผลิตเพื่อการส่งออกจะลดลงจากปีที่แล้ว 16.86%ค่ะ

มาชมกระบะสวยสวยเฟียสฟลูแบคเวอร์ชั่นครอส

สำหรับหลายคนอาจจะเคยคุ้นตากับฟูแบคคอร์สที่เป็นการรีแบดจ์หรือว่านืมตัวถังของมิตซูบิชิ ใช่ชั่นรุ่นใหม่ของเฟรียร์สที่ได้มาเสริมความรู้ด้านกับวัสดุสีดำรอบคันไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าบันไดข้างคิวซุ้มล้อสปอร์ตบาด้านหลัง สำหรับแผนกันชนหน้าและปิดท้ายด้วยสะกิ๊ดเพลทสีเงิน และเฟียเป็นการจำหน่ายฟรีแบบคอสโดยเฉพาะสี่ประตูกับ Double แค็บ

ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบสี่สูบ 2.0 ลิตรพละกำลัง 180 แรงม้าแรงบิดสิ 130 เมตรมีระบบการส่งกำลังไม่ว่าจะเป็นเกียธรรมดาหกสปีดหรือว่ากิอัตโนมัติ 5 สปีด สำหรับตัวทั้งภายนอกที่ดูครบครันกับอุปกรณ์ที่เพิ่มความหรูหราไม่ว่าจะเป็นกรอบไฟหน้าแบบไฟซีนอนไฟตัดหมอกและเดย์ไทม์ไลน์แบบแอลอีดี

สามารถตกแต่งในค็อกพิทกับหนังที่หุ้มเบาะพวงมาลัยและหัวเกียร์ระบบอัตโนมัติของดูอันโซนเบาะคู่หน้าที่ปรับอุณหภูมิได้แล้วเบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้หกทิศทาง ภายในห้องโดยสารมีตัวปรับโหมดการขับขี่ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีทั้งหมดสี่โหมดให้เลือกใช้จะมีการปรับการทำงานของแรงบิดเฟืองท้ายและแบบเรียวไทม์ตามสภาพถนนและความเร็วความสะดวกสบายของครบครันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอทัชสกรีนระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และยูเอสบีค่ะ

จีเอ็มเตรียมลดขนาดองค์กรหลังขายโอเปิ้ล

และได้มีการรายงานถึงกระบวนการปรับโฉมโครงสร้างและได้มีการวางแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่องมายังหลายปีจากการทำธุรกิจออกจากยุโรปจีเอ็มได้มีการปรับลดขนาดธุรกิจในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อินโดนีเซีย รัสเซียและรวมถึงประเทศไทยได้ลดจำนวนแพลตฟอร์มที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ล่าสุดมีการเปิดเผยพรีเซนเทชั่นของจีเอ็มในการประชุมนักลงทุนในวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

ระบุถึงเหตุผลทำไมจีเอ็มถึงขายโอเปิ้ลและแผนการในอนาคตที่จะปรับโครงสร้างองค์กรเพิ่มเติมด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีเอ็มกำลังมองหาลู่ทางในการลดต้นทุนด้านการผลิตในตลาดอเมริกาเหนือกับการลดปฏิบัติงานในบางตลาดจีเอ็มไอที่ครอบคลุมแอฟริกาเอเชียตะวันออกกลางตลาดแปซิฟิกและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในขณะเดียวกันนั้นจีเอ็มด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มผลกำไรของตลาดรถกระบะ

และรถเอสยูวีในอเมริกาเหนือรวมถึงการทำตลาดแบรนด์เคดิลแลคในระดับโลก จีเอ็มระบบถึงธุรกิจใหม่หรือรถขับคีย์อัตโนมัติในการให้บริการขนส่งช่วยสร้างผลกำไรอย่างแข็งแกร่งของอนาคตและดูเหมือนว่าเอสจีเอ็มจะมุ่งหน้าสู่ทิศทางธุรกิจให้ความสำคัญด้านผลกำไรมากกว่าจำนวนยอดขายของรถยนต์ซึ่งขายโอเปิ้ลอาจจะทำให้จีเอ็มอยู่ในอันดับที่สี่ของบริษัทรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดต่อจาก Volkswagen กรุ๊ปเตือต้าและเรโนลนิสสัน

ซีอีโอของ Ferrari ออกมาชี้ลูกค้าซื้อลัมบอกินีเพราะว่าจอง Ferrari ไม่ได้

ทางด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ferrari ได้กล่าวว่าถึงแม้จะมีการเพิ่มจำนวนของการผลิตรถซุปเปอร์คาร์แบรนด์ม้าลำพอง แต่ว่าก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการและการจดจำของลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ค่ะ และซีอีโอของ Ferrari ก็ออกมาชี้ว่ายอดขายในการผลิตของปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 8500 คันถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ 7000 คัน

แต่ว่าก็ยังมากกว่าความต้องการของตัวมาคิโอเน่ที่ได้ระบุว่า Ferrari ต้องมียอดผลิตและยอดขายถึง 10,000 คันต่อปีเลยค่ะ สำหรับรายชื่อลูกค้าที่รอรับรถก็มีอย่ามากๆและที่ว่าเค้าต้องพูดคุยเป็นส่วนตัวกับลูกค้าบางคนที่พลาดในการครอบครองรถ Ferrari เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ต้องทำกับลูกค้าในฐานะของผู้บริหารค่ะ และเขาได้กล่าวพาดพิงถึงลัมบอกินีด้วยว่าผู้คนมากมายที่ได้ไปซื้อซุปเปอร์คาร์ต่ากระทิงที่เป็นคู่แข่ง

เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถที่จะซื้อรถ Ferrari ได้และก็ไม่รู้ว่าคำกล่าวของพวกเขาเป็นจริงหรือไม่สำหรับยอดขายของลัมบอกินีเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 3457 คันในปี 2016 และจะเพิ่มขึ้นถึง 7% ในปี 2015 ซึ่งถ้าหากยังจำกันได้เค้าเคยมีปัญหากับลูก้า ซึ่งเป็นอดีตประธาน Ferrari ผู้ที่ต้องการจำกัดการผลิตไว้เพียงแค่ 7000 คันแต่ว่าเค้าไม่เห็นด้วยทำให้มัลเตเซโมโลได้ประกาศลาออกในภายหลัง

Ferrari ฉลองอายุครบ 70 ปี

และในวันที่ 12 มีนาคมปี 1947 เอ็นโซ่ Ferrari ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ferrari ได้มีการติดเครื่องยนต์ 125 เอสซุปเปอร์คาร์รุ่นบุกเบิก และก่อนที่จะทำการทดลองสมรรถนะบนถนนของเมืองมาราเนลโล่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตราม้าลำพองค่ะ และก็ได้เป็นการออกแบบของจิโออาร์ชิโน่ โคลอมโบ ที่ได้มีการร่วมมือกับจูเซ็ปเป้โบโซ่และลุยจิ

ในวันที่ 12 มีนาคมเมื่อ 70 ปีก่อนตัวถังเป็นแคสเช็ดสี่วิ่งโดยที่ไม่มีตัวถังก่อนที่ในอีกสองเดือนต่อมา 125 เอสจะเปิดตัวที่สนามแข่งของปิอาร์เซ็นซ่า ซึ่งมีนักขับอย่างฟรังโกคอนทีสเป็นผู้กุมบังเหียนในครั้งนี้ด้วยค่ะ สำหรับการเปิดตัวที่สนามแข่งก็คือความล้มเหลวที่มีอนาคต หลังจากที่รถมีปัญหาปั๊มเชื้อเพลิงเป็นผู้นำของสนามถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรค 125 เอส

ก็สามารถจะคว้าชัยชนะได้อีกเก้าวันต่อมาที่โรมกรังด์ปรีซ์ และในปัจจุบัน Ferrari ได้นำ 125 เอสมาประกบกับรถซุปเปอร์คาร์อย่างลา Ferrari อาเพอร์ตา กับดีไซน์ที่รู้เซ็กซี่และก็อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่กับเครื่องยนต์ระบบให้บิดบล็อกวี12 พละกำลังมหาศาลถึง 950 แรงม้า