จีเอ็มเตรียมลดขนาดองค์กรหลังขายโอเปิ้ล

และได้มีการรายงานถึงกระบวนการปรับโฉมโครงสร้างและได้มีการวางแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่องมายังหลายปีจากการทำธุรกิจออกจากยุโรปจีเอ็มได้มีการปรับลดขนาดธุรกิจในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อินโดนีเซีย รัสเซียและรวมถึงประเทศไทยได้ลดจำนวนแพลตฟอร์มที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ล่าสุดมีการเปิดเผยพรีเซนเทชั่นของจีเอ็มในการประชุมนักลงทุนในวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

ระบุถึงเหตุผลทำไมจีเอ็มถึงขายโอเปิ้ลและแผนการในอนาคตที่จะปรับโครงสร้างองค์กรเพิ่มเติมด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีเอ็มกำลังมองหาลู่ทางในการลดต้นทุนด้านการผลิตในตลาดอเมริกาเหนือกับการลดปฏิบัติงานในบางตลาดจีเอ็มไอที่ครอบคลุมแอฟริกาเอเชียตะวันออกกลางตลาดแปซิฟิกและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในขณะเดียวกันนั้นจีเอ็มด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มผลกำไรของตลาดรถกระบะ

และรถเอสยูวีในอเมริกาเหนือรวมถึงการทำตลาดแบรนด์เคดิลแลคในระดับโลก จีเอ็มระบบถึงธุรกิจใหม่หรือรถขับคีย์อัตโนมัติในการให้บริการขนส่งช่วยสร้างผลกำไรอย่างแข็งแกร่งของอนาคตและดูเหมือนว่าเอสจีเอ็มจะมุ่งหน้าสู่ทิศทางธุรกิจให้ความสำคัญด้านผลกำไรมากกว่าจำนวนยอดขายของรถยนต์ซึ่งขายโอเปิ้ลอาจจะทำให้จีเอ็มอยู่ในอันดับที่สี่ของบริษัทรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดต่อจาก Volkswagen กรุ๊ปเตือต้าและเรโนลนิสสัน

ซีอีโอของ Ferrari ออกมาชี้ลูกค้าซื้อลัมบอกินีเพราะว่าจอง Ferrari ไม่ได้

ทางด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ferrari ได้กล่าวว่าถึงแม้จะมีการเพิ่มจำนวนของการผลิตรถซุปเปอร์คาร์แบรนด์ม้าลำพอง แต่ว่าก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการและการจดจำของลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ค่ะ และซีอีโอของ Ferrari ก็ออกมาชี้ว่ายอดขายในการผลิตของปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 8500 คันถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ 7000 คัน

แต่ว่าก็ยังมากกว่าความต้องการของตัวมาคิโอเน่ที่ได้ระบุว่า Ferrari ต้องมียอดผลิตและยอดขายถึง 10,000 คันต่อปีเลยค่ะ สำหรับรายชื่อลูกค้าที่รอรับรถก็มีอย่ามากๆและที่ว่าเค้าต้องพูดคุยเป็นส่วนตัวกับลูกค้าบางคนที่พลาดในการครอบครองรถ Ferrari เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ต้องทำกับลูกค้าในฐานะของผู้บริหารค่ะ และเขาได้กล่าวพาดพิงถึงลัมบอกินีด้วยว่าผู้คนมากมายที่ได้ไปซื้อซุปเปอร์คาร์ต่ากระทิงที่เป็นคู่แข่ง

เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถที่จะซื้อรถ Ferrari ได้และก็ไม่รู้ว่าคำกล่าวของพวกเขาเป็นจริงหรือไม่สำหรับยอดขายของลัมบอกินีเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 3457 คันในปี 2016 และจะเพิ่มขึ้นถึง 7% ในปี 2015 ซึ่งถ้าหากยังจำกันได้เค้าเคยมีปัญหากับลูก้า ซึ่งเป็นอดีตประธาน Ferrari ผู้ที่ต้องการจำกัดการผลิตไว้เพียงแค่ 7000 คันแต่ว่าเค้าไม่เห็นด้วยทำให้มัลเตเซโมโลได้ประกาศลาออกในภายหลัง

Ferrari ฉลองอายุครบ 70 ปี

และในวันที่ 12 มีนาคมปี 1947 เอ็นโซ่ Ferrari ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ferrari ได้มีการติดเครื่องยนต์ 125 เอสซุปเปอร์คาร์รุ่นบุกเบิก และก่อนที่จะทำการทดลองสมรรถนะบนถนนของเมืองมาราเนลโล่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตราม้าลำพองค่ะ และก็ได้เป็นการออกแบบของจิโออาร์ชิโน่ โคลอมโบ ที่ได้มีการร่วมมือกับจูเซ็ปเป้โบโซ่และลุยจิ

ในวันที่ 12 มีนาคมเมื่อ 70 ปีก่อนตัวถังเป็นแคสเช็ดสี่วิ่งโดยที่ไม่มีตัวถังก่อนที่ในอีกสองเดือนต่อมา 125 เอสจะเปิดตัวที่สนามแข่งของปิอาร์เซ็นซ่า ซึ่งมีนักขับอย่างฟรังโกคอนทีสเป็นผู้กุมบังเหียนในครั้งนี้ด้วยค่ะ สำหรับการเปิดตัวที่สนามแข่งก็คือความล้มเหลวที่มีอนาคต หลังจากที่รถมีปัญหาปั๊มเชื้อเพลิงเป็นผู้นำของสนามถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรค 125 เอส

ก็สามารถจะคว้าชัยชนะได้อีกเก้าวันต่อมาที่โรมกรังด์ปรีซ์ และในปัจจุบัน Ferrari ได้นำ 125 เอสมาประกบกับรถซุปเปอร์คาร์อย่างลา Ferrari อาเพอร์ตา กับดีไซน์ที่รู้เซ็กซี่และก็อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่กับเครื่องยนต์ระบบให้บิดบล็อกวี12 พละกำลังมหาศาลถึง 950 แรงม้า